การชาร์จ

ขับรถ EV ทางไกลไปต่างจังหวัด วางแผนชาร์จยังไง

วางแผนขับรถไฟฟ้าทางไกลไปต่างจังหวัดแบบไม่เดา ดูหลักคิดเรื่องระยะทาง ชาร์จ DC การเลือกจุดแวะ และเช็กสถานีผ่านแอปให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

Lotus Emeya ภาพจากผู้ผลิต
ภาพ Lotus Cars Thailand

คำตอบสั้น

ขับรถไฟฟ้าไปต่างจังหวัดต้องวางแผนชาร์จอย่างไร

ถ้าจะขับรถไฟฟ้าทางไกล สิ่งที่ต้องคิดก่อนคือระยะทางที่รถวิ่งได้จริงกับจุดชาร์จระหว่างทาง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขบนกระดาษอย่างเดียว รถที่ผู้ผลิตแจ้งระยะทางมีตั้งแต่ 268 ถึง 860 กม. และในข้อมูลที่มี รถที่รองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW มี 65 จาก 88 รุ่นที่มีข้อมูล DC การวางแผนที่ปลอดภัยสุดคือเช็กเส้นทางล่วงหน้า เลือกจุดชาร์จที่เข้ากับรถ และดูสถานะผ่านแอปของผู้ให้บริการสถานี เช่น EA Anywhere

ก่อนออกเดินทางต้องเช็กอะไรบ้าง

ก่อนออกเดินทางต้องเช็กสามเรื่องให้ครบ คือระยะทางที่รถวิ่งได้จริง จุดชาร์จระหว่างทาง และความพร้อมของรถเอง ระยะทางในสเปกเป็นแค่จุดตั้งต้น ส่วนแผนจริงควรดูว่าเส้นทางมีสถานีที่เข้ากับรถหรือไม่ และเปิดดูสถานะสถานีล่วงหน้าจากแอปของผู้ให้บริการเพื่อกันพลาดกลางทาง

ถ้ารถรองรับการชาร์จ DC ก็ช่วยให้แผนเดินทางยืดหยุ่นขึ้น แต่ก็ยังต้องดูหัวชาร์จและมาตรฐานที่รถใช้ด้วย รถบางคันวิ่งไกลพอในกระดาษ แต่ถ้าไม่เจอสถานีที่เข้ากันได้ก็ต้องเสียเวลาวนหาอยู่ดี ก่อนออกทริปควรเช็กแบตให้พร้อม ระบบรถไม่มีแจ้งเตือนผิดปกติ และเผื่อแผนสำรองไว้เสมอ

  • ถ้ามีข้อมูลสถานีจากแอป ให้เช็กสถานะก่อนออก
  • ถ้ารถรองรับ DC ให้ดูว่าจุดชาร์จระหว่างทางใช้ได้กับรถหรือไม่
  • ถ้าข้อมูลเส้นทางยังไม่ชัด ให้เลือกแผนที่มีจุดแวะชาร์จสำรอง
หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสามแบบที่ใช้ในไทย Type 2 ไฟ AC ชาร์จที่บ้าน CCS2 ไฟ DC ชาร์จเร็วตามสถานี CHAdeMO ไฟ DC พบน้อยลงในรุ่นใหม่ รูปทรงเป็นภาพประกอบเพื่อให้จำหน้าตาได้ ไม่ใช่แบบวิศวกรรม
ช่วยเทียบว่าหัวชาร์จของสถานีเข้ากับรถหรือไม่ก่อนออกเดินทาง

ทำไมการดูแค่ระยะทางในสเปกยังไม่พอ

ตัวเลขระยะทางจากผู้ผลิตใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นได้ แต่เอาไปตัดสินทริปยาวอย่างเดียวไม่พอ เพราะของจริงยังมีเรื่องการชาร์จระหว่างทางและแผนเผื่อไว้เวลาสถานีไม่พร้อม ก่อนออกเดินทางควรดูว่ารถจะชาร์จที่จุดไหนได้บ้าง และแต่ละจุดเข้ากับหัวชาร์จหรือมาตรฐานของรถหรือไม่

ถ้าวางแผนแบบชัวร์ ๆ ให้คิดว่าระยะทางในสเปกเป็นแค่กรอบบนกระดาษ ส่วนการใช้งานจริงต้องเผื่อให้มีจุดหยุดชาร์จที่ใช้ได้จริง และควรเช็กสถานะสถานีล่วงหน้าจากแอปของผู้ให้บริการ ไม่อย่างนั้นอาจเจอว่าระยะทางยังเหลือแต่ชาร์จไม่ได้ตรงที่ตั้งใจไว้

สรุปสั้น ๆ คือ ดูระยะทางอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูเส้นทางชาร์จและความพร้อมของสถานีควบคู่กันไป

เลือกจุดชาร์จระหว่างทางแบบไม่เสี่ยง

เลือกจุดชาร์จระหว่างทางให้ดูสองอย่างก่อน คือเช็กสถานะได้จริงจากแอปของผู้ให้บริการ และหัวชาร์จต้องเข้ากับรถ ถ้าสถานีดูได้แค่ชื่อแต่ดูสถานะไม่ได้ เสี่ยงไปถึงแล้วใช้งานไม่ได้ หรือเสียเวลาอ้อมหาใหม่กลางทริป

สำหรับ EA Anywhere มีข้อมูลว่าใช้แอปค้นหาสถานีและดูสถานะการชาร์จได้ และเครื่องอัดประจุเหมาะกับรถที่ใช้ปลั๊กประเภท 2 ตามมาตรฐานประเทศไทย ถ้ารถคันไหนใช้มาตรฐานคนละแบบก็ควรตรวจให้ชัดก่อนออกเดินทาง จะได้ไม่ต้องลุ้นเอาหน้างาน

วิธีที่ปลอดภัยสุดคือเลือกสถานีที่อยู่ในเส้นทางจริง ไม่ใช่แค่ใกล้บนแผนที่ แล้วค่อยดูว่ารถของเรารองรับกับสถานีนั้นหรือไม่ ถ้าข้อมูลสถานียังไม่ชัด ให้ยึดแหล่งทางการของผู้ให้บริการเป็นหลัก และอย่าตัดสินจากคำบอกต่ออย่างเดียว

  • เช็กสถานะสถานีจากแอปก่อนออกเดินทาง
  • ดูว่าหัวชาร์จเข้ากับรถหรือไม่
  • เลือกสถานีที่อยู่บนเส้นทางจริง
  • ถ้าข้อมูลไม่ชัด ให้ตรวจจากแหล่งทางการ

รถที่รองรับ DC เร็วช่วยเรื่องทางไกลยังไง

รถที่รองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW ช่วยให้ทริปทางไกลคล่องขึ้น เพราะเวลาแวะชาร์จแต่ละครั้งสั้นลงและวางแผนช่วงพักได้ง่ายขึ้น จากข้อมูลที่มี รถที่รองรับระดับนี้มี 65 จาก 88 รุ่นที่มีข้อมูล DC แปลว่าตัวเลือกไม่ได้มีน้อย และยังพอเลือกให้เข้ากับแผนเดินทางได้จริง

ถ้าจะดูเป็นตัวอย่าง รุ่นที่มีข้อมูลและรองรับการชาร์จ DC ในกลุ่มนี้มีทั้ง XPENG X9, AVATR 07, ZEEKR 7X, BMW iX3, IM6, IM5, Lotus Eletre และ Lotus Emeya จุดที่น่าสนใจคือ XPENG X9 เป็นรุ่นที่พบกำลังชาร์จ DC สูงสุดในข้อมูลที่มี ส่วนรุ่นอื่นก็ช่วยยืนยันว่ารถที่รองรับ DC เร็วมีหลายทางเลือก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รุ่นเดียว

สรุปง่าย ๆ คือถ้ารถรองรับ DC ได้สูงพอ จะช่วยลดความกังวลเรื่องการจอดรอนานระหว่างทาง แต่ยังต้องดูให้ตรงกับหัวชาร์จและสถานีที่ใช้ได้จริงอยู่ดี

ตัวอย่างรุ่นรถที่มีข้อมูลและใช้เทียบดูความพร้อมสำหรับทางไกล
รุ่นราคาเริ่มต้นระยะทาง
XPENG X92,599,000 บาท715 กม.
AVATR 071,659,000 บาท575 กม.
ZEEKR 7X1,399,000 บาท730 กม.
BMW iX33,459,000 บาท805 กม.
IM61,399,900 บาท750 กม.
IM51,549,900 บาท860 กม.
Lotus Eletre5,399,000 บาท600 กม.
Lotus Emeya4,999,000 บาท580 กม.

ก่อนจองทริปยาวควรเช็กข้อมูลจากที่ไหน

ก่อนจองทริปยาว ให้เช็กข้อมูลจากแหล่งจริงของผู้ให้บริการสถานีเป็นหลัก เพราะสถานะจุดชาร์จและเงื่อนไขการใช้งานเปลี่ยนได้ตลอด สำหรับ EA Anywhere มีทั้งแอปสำหรับค้นหาสถานี ดูสถานะการชาร์จ และนำทางไปยังสถานีได้ในที่เดียว ถ้ารถใช้หัวชาร์จหรือมาตรฐานเฉพาะ ก็ควรเทียบกับข้อมูลของสถานีให้ตรงก่อนออกเดินทาง จะได้ไม่ต้องลุ้นเอาหน้างาน

เรื่องอัตราค่าบริการและเงื่อนไขการใช้งาน อย่าอิงจากบทความหรือโพสต์ที่แชร์ต่อกัน ให้ดูจากหน้าแอปหรือช่องทางทางการของผู้ให้บริการสถานีโดยตรง เพราะข้อมูลพวกนี้มีโอกาสเปลี่ยนตามช่วงเวลาและพื้นที่ ถ้าต้องการความชัวร์ที่สุด ให้เช็กซ้ำก่อนออกจากบ้านอีกครั้ง แล้วค่อยวางแผนจุดพักตามสถานีที่ยังเปิดใช้งานได้จริง

  • ตรวจสถานะสถานีจากแอปของผู้ให้บริการ
  • เช็กว่าหัวชาร์จเข้ากับรถหรือไม่
  • ดูอัตราและเงื่อนไขจากแหล่งจริงก่อนเดินทาง

คำถามที่พบบ่อย

ขับรถไฟฟ้าทางไกลต้องวางแผนชาร์จต่างจากขับในเมืองไหม
ต่าง เพราะทางไกลต้องดูจุดชาร์จระหว่างทางและความเข้ากันได้ของรถกับสถานีมากกว่าการหาที่ชาร์จใกล้บ้าน
ควรดูอะไรเป็นอันดับแรกก่อนออกทริปต่างจังหวัด
ให้ดูระยะทางที่รถวิ่งได้ตามข้อมูลผู้ผลิต แล้วค่อยเทียบกับจุดชาร์จบนเส้นทางจริง
รถที่รองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW สำคัญยังไง
มันช่วยให้การแวะชาร์จระหว่างทางมีโอกาสใช้เวลาน้อยลง แต่ต้องดูว่ารถและสถานีรองรับตรงกันหรือไม่
EA Anywhere ช่วยเรื่องเดินทางไกลได้ยังไง
ใช้ค้นหาสถานี ดูสถานะ และนำทางไปยังจุดชาร์จได้ เหมาะกับการเช็กแผนก่อนออกเดินทาง
ถ้าข้อมูลสถานีหรือค่าบริการเปลี่ยน ควรเช็กที่ไหน
ให้ตรวจจากแหล่งอ้างอิงของผู้ให้บริการสถานีโดยตรง เพราะข้อมูลพวกนี้เปลี่ยนได้

แหล่งข้อมูลและวิธีตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลในแคตตาล็อกที่ตรวจแล้ว และแหล่งอ้างอิงต่อไปนี้ ตัวเลขราคาและสเปกรถให้ยึดตามหน้ารุ่นซึ่งระบุที่มาของแต่ละค่าไว้

หลักการตรวจแหล่งข้อมูล