การชาร์จ

ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ค่าไฟเดือนละเท่าไหร่

อยากรู้ว่าชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านแล้วค่าไฟจะเพิ่มแค่ไหน บทความนี้วางกรอบคิดจากความจุแบตเตอรี่ การใช้งานจริง และจุดที่ต้องเช็กกับ PEA หรือ MEA ก่อนตัดสินใจ

การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน
ภาพ EV Guide Thailand

คำตอบสั้น

ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านค่าไฟเดือนละเท่าไหร่

คำตอบสั้น ๆ คือยังไม่มีตัวเลขตายตัวจากข้อมูลที่ให้มา เพราะค่าไฟจะขึ้นกับความจุแบตเตอรี่ พฤติกรรมการชาร์จ และอัตราค่าไฟของพื้นที่นั้น ๆ ถ้าอยากรู้ให้ใกล้เคียงที่สุด ต้องเช็กอัตราค่าไฟบ้านกับการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ และดูการใช้ไฟของรถคันที่สนใจเป็นรายกรณี

ค่าไฟชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านคิดจากอะไร

ค่าไฟชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านคิดจากไฟที่ใช้จริงตอนเสียบชาร์จเป็นหลัก แล้วเอาไปคูณกับอัตราค่าไฟของบ้านในพื้นที่นั้น ๆ พูดง่าย ๆ คือรถกินไฟเท่าไหร่ บิลก็ขยับตามเท่านั้น แต่รายละเอียดจริงยังแกว่งได้ตามความจุแบตเตอรี่ พฤติกรรมการชาร์จ และอัตราค่าไฟที่ใช้อยู่ในบ้านนั้น

ถ้าชาร์จบ่อยหรือชาร์จเต็มเป็นประจำ บิลค่าไฟก็มีแนวโน้มสูงขึ้นตามการใช้ไฟของรถคันนั้น ไม่ได้มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน เพราะแต่ละบ้านใช้ไฟพื้นฐานไม่เท่ากันอยู่แล้ว

ถ้าอยากประเมินให้ใกล้เคียงที่สุด ต้องดูไฟที่รถใช้ต่อครั้งจากข้อมูลของรถคันที่สนใจ แล้วเอาไปเทียบกับอัตราค่าไฟบ้านของพื้นที่จริง วิธีนี้ตรงกว่าเดาจากความรู้สึก และช่วยเห็นภาพว่าค่าไฟจากการชาร์จจะไปเพิ่มบิลบ้านแค่ไหน

  • ยังไม่มีตัวเลขตายตัวจากข้อมูลที่ให้มา
  • ควรเช็กอัตราค่าไฟบ้านกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ก่อนประเมิน
เส้นทางการชาร์จแบบไฟ AC และไฟ DC ไฟ AC เครื่องชาร์จ ที่บ้าน ตัวแปลงไฟในรถ คอขวดอยู่ตรงนี้ แบตเตอรี่ ช้ากว่า ไฟ DC สถานีชาร์จ ไฟตรง ข้ามตัวแปลงไฟ แบตเตอรี่ เร็วกว่า
การชาร์จที่บ้านใช้ไฟจากบ้านผ่านขั้นตอนแปลงไฟของรถ ทำให้ค่าไฟขึ้นกับไฟที่ใช้จริงและอัตราค่าไฟในพื้นที่

ความจุแบตเตอรี่มีผลกับบิลมากแค่ไหน

ความจุแบตเตอรี่ช่วยบอกได้คร่าว ๆ ว่ารถคันนั้นจะดึงไฟจากบ้านมากน้อยแค่ไหน เพราะแบตที่ใหญ่กว่ามักต้องใช้ไฟเติมกลับมากกว่าเวลาชาร์จเต็ม แต่ไม่ได้แปลว่าบิลจะพุ่งตามขนาดแบตแบบตรง ๆ ทุกครั้ง ยังมีเรื่องรอบการชาร์จและพฤติกรรมการเสียบชาร์จเข้ามาเกี่ยวด้วย

ช่วงความจุแบตเตอรี่ที่ให้มาคือ 26.7 ถึง 118 kWh ซึ่งพอใช้เป็นกรอบประเมินภาระค่าไฟได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้ารถอยู่ฝั่งล่างของช่วงนี้ ภาระไฟที่บ้านก็มีแนวโน้มเบากว่า ส่วนรถที่อยู่ฝั่งบนของช่วงก็ต้องเผื่อบิลไว้มากกว่าเป็นธรรมดา

ถ้าอยากเทียบแบบไม่เดา ให้ดูว่ารถคันที่สนใจอยู่ตรงไหนในช่วงความจุนี้ แล้วเอาไปประกอบกับพฤติกรรมชาร์จของบ้านเอง เช่น ชาร์จบ่อยแค่ไหน ชาร์จเต็มหรือชาร์จเติมระหว่างวัน แค่นี้ก็พอเห็นภาพว่าค่าไฟจะเพิ่มมากหรือน้อยโดยไม่ต้องคาดเอาเอง

  • ถ้าแบตเล็กกว่า ภาระค่าไฟมักเบากว่า
  • ถ้าแบตใหญ่กว่า ควรเผื่อบิลสูงกว่า
  • การชาร์จบ่อยหรือชาร์จเต็มเป็นประจำทำให้ภาระไฟมากขึ้น

บ้านแต่ละพื้นที่ต้องเช็กกับ PEA หรือ MEA อะไรบ้าง

ถ้าบ้านอยู่ในเขตบริการของ PEA หรือ MEA ควรเช็กกับหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ก่อนเสมอ เพราะเรื่องค่าไฟบ้านและการขอใช้ไฟต้องยึดตามผู้ให้บริการในพื้นที่นั้นจริง ๆ ถ้าอยากรู้ว่าควรถามอะไร ให้ดูเรื่องอัตราค่าไฟบ้าน วิธีรับบิล ช่องทางชำระเงิน และขั้นตอนขอคำแนะนำก่อนติดตั้งหรือเพิ่มอุปกรณ์ชาร์จ

PEA และ MEA มีบริการคนละพื้นที่ แต่หลักที่ควรถามคล้ายกัน คือบ้านพร้อมรับโหลดจากการชาร์จหรือไม่ ต้องขอให้ตรวจสอบระบบไฟไหม และมีบริการด้านงานไฟฟ้าหรือสถานีอัดประจุรองรับหรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจว่าบ้านอยู่ฝั่งไหน ให้เช็กจากหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่นั้นโดยตรง จะได้ไม่ถามผิดที่

เรื่องนี้ตอบสั้น ๆ ได้เลยว่า ถ้าจะชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน ให้เริ่มจากเช็กหน่วยงานไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ก่อน แล้วค่อยไล่ดูเรื่องค่าไฟ การติดตั้ง และความพร้อมของระบบไฟบ้าน ไม่ควรอิงจากบ้านคนอื่น เพราะแต่ละพื้นที่ใช้หน่วยงานดูแลไม่เหมือนกัน

  • เรื่องอัตราค่าไฟบ้าน
  • ช่องทางรับใบแจ้งหนี้และการชำระค่าไฟ
  • ขั้นตอนขอคำแนะนำก่อนติดตั้งหรือเพิ่มอุปกรณ์ชาร์จ
  • การตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟบ้าน
  • บริการด้านสถานีอัดประจุหรือบริการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้อง
หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสามแบบที่ใช้ในไทย Type 2 ไฟ AC ชาร์จที่บ้าน CCS2 ไฟ DC ชาร์จเร็วตามสถานี CHAdeMO ไฟ DC พบน้อยลงในรุ่นใหม่ รูปทรงเป็นภาพประกอบเพื่อให้จำหน้าตาได้ ไม่ใช่แบบวิศวกรรม
ใช้ข้อมูลจากหน่วยงานไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่เพื่อเช็กเรื่องค่าไฟ การติดตั้ง และความพร้อมของระบบไฟบ้านก่อนชาร์จ

เรื่องติดตั้งและดูแลระบบไฟบ้านก่อนชาร์จ

ก่อนชาร์จที่บ้าน สิ่งที่ควรดูคือระบบไฟบ้านพร้อมรับโหลดหรือยัง และควรให้หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ช่วยตรวจสอบถ้ายังไม่แน่ใจ เพราะทั้ง PEA และ MEA มีบริการที่เกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้าและการขอคำแนะนำก่อนใช้งานจริง

จากข้อมูลที่มี PEA มีบริการตรวจสอบระบบไฟฟ้า ออกใบรับรอง ตรวจหาจุดร้อน จุดสัมผัสทางไฟฟ้า รวมถึงตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าแบบครบวงจร ส่วน MEA มีบริการและข้อมูลด้านไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ในพื้นที่ของตนเองเช่นกัน ถ้าจะติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จ ควรถามให้ชัดว่าบ้านต้องปรับอะไรเพิ่มบ้าง และมีขั้นตอนขอใช้บริการอย่างไร

พูดตรง ๆ คืออย่าชาร์จแบบเดาเอาว่าบ้านไหว ถ้ายังไม่เคยเช็กระบบไฟมาก่อนให้ติดต่อหน่วยงานผู้ดูแลพื้นที่เพื่อประเมินความพร้อมก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องไฟบ้านและทำให้รู้ว่าต้องดูแลจุดไหนเป็นพิเศษ

  • PEA และ MEA เป็นจุดเริ่มต้นที่ควรเช็กเรื่องความพร้อมของระบบไฟบ้าน
  • ควรถามเรื่องการตรวจสอบระบบไฟ การออกใบรับรอง และการบำรุงรักษา
  • ถ้าจะติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จ ให้ถามขั้นตอนและบริการที่เกี่ยวข้องก่อน

วิธีประเมินค่าไฟรายเดือนแบบไม่เดา

วิธีประเมินค่าไฟรายเดือนที่ไม่เดาคือเริ่มจากดูการใช้ไฟของรถคันที่สนใจจากแหล่งข้อมูลของรถคันนั้น แล้วเอาไปเทียบกับอัตราค่าไฟบ้านที่ใช้อยู่จริง ไม่ต้องกะเอาจากความรู้สึก เพราะรถแต่ละคันกินไฟไม่เท่ากัน และพฤติกรรมชาร์จก็ทำให้บิลแกว่งได้ ถ้ายังไม่มีข้อมูลการใช้ไฟที่ยืนยันได้จากรถรุ่นนั้น ควรหยุดไว้ก่อนและเช็กกับแหล่งข้อมูลทางการหรือผู้จำหน่ายโดยตรง

ถ้าอยากให้ใกล้เคียงขึ้น ให้ดูร่วมกันสามเรื่อง คือความจุแบตเตอรี่ การชาร์จบ่อยแค่ไหน และบ้านอยู่ในเขตบริการของหน่วยงานไหน จากนั้นค่อยคำนวณแบบคร่าว ๆ ตามการใช้งานจริงของบ้านตัวเอง ไม่ควรหยิบตัวเลขจากรถคนอื่นมาแทน เพราะสภาพการใช้งานไม่เหมือนกัน

สรุปสั้น ๆ คือประเมินได้ แต่ต้องประเมินจากข้อมูลจริงของรถและบ้านคันนั้น ไม่ใช่เดาเอา ถ้าข้อมูลยังไม่พอ ให้เช็กอัตราค่าไฟบ้านกับการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ และดูรายละเอียดการใช้ไฟของรถคันที่สนใจเป็นรายกรณี

คำถามที่พบบ่อย

ชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้านแล้วค่าไฟจะเพิ่มทุกเดือนเท่าไหร่
ยังไม่มีตัวเลขตายตัวจากข้อมูลที่ให้มา เพราะต้องดูความจุแบตเตอรี่ พฤติกรรมการชาร์จ และอัตราค่าไฟของพื้นที่นั้น ๆ
จะรู้ได้ยังไงว่าบ้านตัวเองชาร์จรถไฟฟ้าได้ไหม
ควรตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟบ้านกับการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่ และถ้าต้องการความชัดเจนให้สอบถามเรื่องการติดตั้งและการใช้งานโดยตรง
ต้องเช็กกับ PEA หรือ MEA อะไรบ้างก่อนชาร์จที่บ้าน
ให้เช็กอัตราค่าไฟบ้าน วิธีขอใช้ไฟ หรือบริการที่เกี่ยวกับสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า แล้วดูว่าพื้นที่ของบ้านอยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน
ความจุแบตเตอรี่มีผลกับค่าไฟแค่ไหน
มีผลตรง เพราะช่วงความจุแบตเตอรี่ที่มากหรือน้อยย่อมใช้ไฟต่างกัน แต่ข้อมูลที่มีตอนนี้ยังไม่พอจะคำนวณเป็นตัวเลขรายเดือนให้แน่นอนได้
ถ้าอยากได้ตัวเลขค่าไฟจริง ๆ ควรไปดูที่ไหน
ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์หรือช่องทางของ PEA และ MEA โดยตรง เพราะอัตราค่าไฟและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนตามประกาศล่าสุด

แหล่งข้อมูลและวิธีตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลในแคตตาล็อกที่ตรวจแล้ว และแหล่งอ้างอิงต่อไปนี้ ตัวเลขราคาและสเปกรถให้ยึดตามหน้ารุ่นซึ่งระบุที่มาของแต่ละค่าไว้

หลักการตรวจแหล่งข้อมูล