รถ EV เหมาะกับงานวิ่งแกร็บหรือแท็กซี่ตรงไหน
งานวิ่งแกร็บหรือแท็กซี่ไม่ได้ดูแค่ราคารถถูกหรือแพงอย่างเดียว เพราะรถต้องพร้อมออกวิ่งได้หลายรอบในวันเดียว และต้องไม่ทำให้เสียเวลาจอดชาร์จนานเกินไป ถ้ารถวิ่งได้ไกลพอ ชาร์จได้ไว และหาจุดชาร์จได้สะดวก งานก็จะเดินต่อเนื่องกว่า คนขับไม่ต้องลุ้นว่าจะต้องหยุดกลางคันหรือรีบหาที่ชาร์จแบบเร่ง ๆ
เรื่องนี้เลยต้องดูสามอย่างพร้อมกัน คือระยะทางที่วิ่งได้จริง กำลังชาร์จที่รถรองรับ และเวลาที่ต้องจอดชาร์จ ถ้าดูแค่ราคาตั้งอย่างเดียวอาจได้รถที่คุ้มตอนซื้อ แต่ไม่คุ้มตอนเอาไปทำงาน เพราะรายได้ของคนขับผูกกับเวลาที่รถอยู่บนถนนมากกว่าตอนจอด
สรุปสั้น ๆ คือรถ EV จะเหมาะกับงานรับส่งคนก็ต่อเมื่อแพตเทิร์นการวิ่งของตัวเองเข้ากับระยะทางต่อรอบ จุดชาร์จที่มีอยู่ และเวลาหยุดพักที่รับได้จริง ถ้าสามอย่างนี้ไม่ลงตัว รถที่ดูคุ้มบนกระดาษก็อาจไม่คุ้มในชีวิตใช้งานจริง
- ควรดูว่าหนึ่งวันวิ่งกี่รอบ
- ควรดูว่ามีจุดชาร์จให้แวะไหม
- ควรดูว่ารับเวลาจอดชาร์จได้แค่ไหน
ดูระยะทางวิ่งกับกำลังชาร์จแบบไหนถึงพอสำหรับใช้งานจริง
ถ้าจะเอาไปวิ่งงานจริง ให้ดูระยะทางกับกำลังชาร์จพร้อมกัน ไม่ใช่ดูอย่างใดอย่างหนึ่ง รุ่นที่อ้างถึงได้มีระยะทางตั้งแต่ 575 ถึง 860 กม. ซึ่งพอเห็นภาพได้ว่ามีทั้งคันที่เน้นวิ่งได้ไกลและคันที่อยู่ช่วงกลาง ๆ ให้เลือกตามแพตเทิร์นการใช้งาน
รุ่นที่รองรับ DC สูงมีโอกาสช่วยลดเวลารอชาร์จในทางหลักการ เพราะรับไฟได้มากกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นที่รองรับต่ำกว่า แต่ความเร็วชาร์จจริงยังต้องดูสเปกของรถและสถานีชาร์จที่ใช้ร่วมกันด้วย ถ้ารถวิ่งหนักทุกวัน รุ่นที่รับ DC ตั้งแต่ 100 kW ขึ้นไปจะน่าใช้กว่าในมุมของการลดเวลาจอดรอ
ถ้าดูจากรุ่นที่มีข้อมูลราคาและระยะทางให้เทียบกันได้ IM5 อยู่ที่ 860 กม. BMW iX3 อยู่ที่ 805 กม. ZEEKR 7X อยู่ที่ 730 กม. XPENG X9 อยู่ที่ 715 กม. IM6 อยู่ที่ 750 กม. AVATR 07 อยู่ที่ 575 กม. Lotus Eletre อยู่ที่ 600 กม. และ Lotus Emeya อยู่ที่ 580 กม. ตัวเลขพวกนี้เอาไว้เทียบกับรอบวิ่งของตัวเองได้ตรง ๆ ว่าควรเน้นไกลหรือเน้นชาร์จไว
- รุ่นที่อ้างถึงได้มีระยะทางตั้งแต่ 575 ถึง 860 กม.
- รุ่นที่รองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW ขึ้นไปช่วยลดเวลารอชาร์จได้ในทางหลักการ
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น | ระยะทาง |
|---|---|---|
| XPENG X9 | 2,599,000 บาท | 715 กม. |
| AVATR 07 | 1,659,000 บาท | 575 กม. |
| ZEEKR 7X | 1,399,000 บาท | 730 กม. |
| BMW iX3 | 3,459,000 บาท | 805 กม. |
| IM5 | 1,549,900 บาท | 860 กม. |
| IM6 | 1,399,900 บาท | 750 กม. |
| Lotus Eletre | 5,399,000 บาท | 600 กม. |
| Lotus Emeya | 4,999,000 บาท | 580 กม. |
ตัวอย่างรุ่นที่เอาไปเทียบกับงานวิ่งได้
ถ้าจะเอาไว้เทียบกับงานวิ่งจริง ให้ดูรุ่นที่มีทั้งราคาเริ่มต้นและระยะทางแจ้งไว้ครบก่อน จะได้ไม่ต้องเดาเรื่องความคุ้มจากชื่อรุ่นหรือภาพรวมตลาด รถแต่ละคันมีจุดต่างกันพอสมควร คนที่วิ่งงานทุกวันควรเอาตัวเลขสองอย่างนี้มาเทียบกับรอบวิ่งของตัวเองก่อนตัดสินใจ
รุ่นที่อ้างถึงได้มีหลายช่วงให้เลือก ตั้งแต่คันที่ราคาเริ่มต้นไม่สูงมากแต่ระยะทางอยู่ในกลุ่มกลาง ไปจนถึงคันที่ราคาสูงขึ้นและวิ่งได้ไกลกว่า ถ้าจะเลือกแบบใช้งานหนัก ให้ดูว่าคันไหนเข้ากับระยะทางต่อวันและเวลาจอดชาร์จที่รับได้จริง มากกว่าดูว่าคันไหนตัวเลขสวยที่สุด
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น | ระยะทาง |
|---|---|---|
| AVATR 07 | 1,659,000 บาท | 575 กม. |
| ZEEKR 7X | 1,399,000 บาท | 730 กม. |
| BMW iX3 | 3,459,000 บาท | 805 กม. |
| IM5 | 1,549,900 บาท | 860 กม. |
| IM6 | 1,399,900 บาท | 750 กม. |
| Lotus Eletre | 5,399,000 บาท | 600 กม. |
| Lotus Emeya | 4,999,000 บาท | 580 กม. |
| XPENG X9 | 2,599,000 บาท | 715 กม. |
ชาร์จที่ไหนและควรเช็กอะไรจาก PEA
ถ้าจะชาร์จรถกับ PEA ให้คิดง่าย ๆ ว่าเป็นการใช้เครือข่ายสถานีของ PEA VOLTA ที่มีแอปของตัวเองไว้ดูสถานีและชำระค่าบริการได้ในที่เดียว จุดที่ควรเช็กก่อนออกจากบ้านคือสถานีอยู่ตรงไหน หัวชาร์จรองรับแบบไหน และสถานีนั้นเปิดให้ใช้ตรงกับเส้นทางที่วิ่งอยู่หรือไม่ เพราะงานวิ่งรับส่งคนไม่ค่อยมีเวลามานั่งหาที่ชาร์จหน้างานแบบสุ่ม ๆ
PEA ระบุว่ามีหัวชาร์จหลายรูปแบบ ทั้ง AC Type 2 และ DC หลายระดับกำลังชาร์จ แต่ก่อนใช้งานจริงควรเปิดดูข้อมูลสถานีและอัตราค่าบริการจากแหล่งทางการของ PEA โดยตรง เพราะรายละเอียดพวกนี้อาจเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลาและประเภทเครื่องอัดประจุ
ถ้าจะเอาให้ชัวร์ที่สุด ให้เช็กทั้งแผนที่สถานี PEA VOLTA และหน้าข้อมูลอัตราค่าบริการของ PEA ก่อนตัดสินใจวิ่งงานจริง คำตอบสั้น ๆ คือควรดูว่ามีสถานีตามทางที่ใช้ประจำหรือไม่ และค่าบริการของสถานีนั้นเป็นแบบไหน แล้วค่อยเอามาเทียบกับแพตเทิร์นการวิ่งของตัวเอง
- แอป PEA VOLTA ใช้ดูสถานีและชำระค่าบริการ
- ตรวจแผนที่ที่ตั้งสถานีจากแหล่งทางการของ PEA
- ตรวจอัตราค่าบริการจากข้อมูลล่าสุดของ PEA ก่อนใช้งาน
สรุปก่อนตัดสินใจซื้อคันไว้ทำงาน
ก่อนซื้อรถ EV ไปวิ่งงาน ให้สรุปจากงานจริงของตัวเองก่อน ไม่ใช่ดูแค่ตัวรถหรือชื่อรุ่นที่คนพูดถึงกันเยอะ สิ่งที่ต้องเช็กคือรถคันนั้นวิ่งพอสำหรับรอบงานที่ทำประจำไหม ชาร์จเข้ากับจังหวะชีวิตการทำงานได้หรือเปล่า และมีจุดชาร์จที่ใช้ได้จริงตามเส้นทางที่วิ่งหรือไม่ ถ้าตอบสามเรื่องนี้ได้ชัด ค่อยคุยเรื่องราคาและค่อยเทียบรุ่นต่อ
ถ้าจะตัดสินใจแบบไม่เดา ให้เอารุ่นที่สนใจมาเทียบกับแพตเทิร์นวิ่งของตัวเอง แล้วไปดูข้อมูลสถานีและอัตราค่าบริการจาก PEA VOLTA อีกที รถที่เหมาะกับงานวิ่งคือคันที่ทำให้วันทำงานไหลลื่น ไม่ใช่คันที่ตัวเลขบนกระดาษสวยอย่างเดียว
- สรุปจากรอบวิ่งต่อวันของตัวเอง
- สรุปจากเวลาที่จอดชาร์จได้จริง
- สรุปจากจุดชาร์จที่อยู่บนเส้นทางที่ใช้ประจำ
- สรุปจากข้อมูลทางการของ PEA ก่อนซื้อ
