ค่าใช้จ่าย

รถไฟฟ้าคิดต้นทุนกี่บาทต่อกิโลเมตร

วางวิธีคิดต้นทุนรถไฟฟ้าแบบตรงไปตรงมา ใช้ข้อมูลความจุแบตเตอรี่และระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้ง เพื่อช่วยประเมินรถไฟฟ้า บาทต่อกิโลเมตรอย่างมีหลักฐาน

การวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนซื้อรถ
ภาพ EV Guide Thailand

คำตอบสั้น

ขับรถ EV ต้นทุนกี่บาทต่อกิโลเมตร

ถ้าจะตอบแบบไม่เดา ต้นทุนรถไฟฟ้า บาทต่อกิโลเมตรต้องเริ่มจากข้อมูลการชาร์จจริงของรถแต่ละคัน ไม่ใช่ดูแค่ราคาซื้อหรือขนาดแบตเตอรี่ล้วน ๆ เพราะรถที่แบตใหญ่ไม่ได้แปลว่าค่าใช้ต่อกิโลจะสูงเสมอไป ข้อมูลที่มีตอนนี้บอกได้แค่ว่าในตลาดมีรุ่นที่แบตเตอรี่ตั้งแต่ 26.7 ถึง 118 kWh และระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้งอยู่ที่ 268 ถึง 860 กม. ถ้าต้องการตัวเลขบาทต่อกิโลเมตรแบบใช้ได้จริง ควรเช็กอัตราค่าไฟและเงื่อนไขบริการจากแหล่งที่เกี่ยวข้องอย่าง PEA ก่อนคำนวณ

รถไฟฟ้าคิดต้นทุนต่อกิโลเมตรจากอะไร

ต้นทุนรถไฟฟ้าต่อกิโลเมตรจะคำนวณได้ก็ต่อเมื่อรู้การใช้ไฟจริงของรถคันนั้น กับค่าไฟที่จ่ายจริงตอนชาร์จ ไม่ใช่ดูแค่แบตใหญ่หรือแบตเล็กอย่างเดียว เพราะตัวเลขพวกนั้นบอกได้แค่ว่ารถมีศักยภาพต่างกัน ไม่ได้บอกว่าขับแล้วเสียเงินเท่าไรต่อระยะทางหนึ่งกิโลเมตร

ข้อมูลที่มีตอนนี้ยังสรุปเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะมีแค่ช่วงความจุแบตเตอรี่กับช่วงระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้ง แต่ยังไม่มีข้อมูลการชาร์จจริงของแต่ละคัน และยังต้องเอาค่าไฟจากแหล่งที่ตรวจสอบได้มาคิดร่วมด้วย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวเลขที่ออกมาก็จะเป็นแค่การเดา

  • สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าไม่มีข้อมูลการชาร์จจริงและค่าไฟที่อ้างอิงได้ ยังบอกต้นทุนต่อกิโลเมตรแบบใช้จริงไม่ได้
ข้อมูลที่มีตอนนี้ช่วยบอกกรอบการคำนวณ แต่ยังไม่พอปิดเป็นตัวเลขเดียว
รายการข้อมูล
ความจุแบตเตอรี่26.7 ถึง 118 kWh
ระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้ง268 ถึง 860 กม.
รุ่นที่มีข้อมูลความจุแบตเตอรี่104 จาก 106 รุ่น
รุ่นแบตน้อยที่สุดWuling Air EV 26.7 kWh
รุ่นแบตมากที่สุดMercedes-Benz EQS SUV 118 kWh
ค่ากึ่งกลางของตลาด71.8 kWh

ช่วงแบตเตอรี่และระยะทางที่มีอยู่บอกอะไร

ช่วงข้อมูลที่มีตอนนี้บอกได้แค่ว่าแบตเตอรี่ในตลาดกว้างตั้งแต่ 26.7 ถึง 118 kWh ส่วนระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้งอยู่ที่ 268 ถึง 860 กม. แปลว่ารถแต่ละรุ่นไม่ได้มาในสเกลเดียวกัน และการจะเอาไปคิดต้นทุนต่อกิโลเมตรต้องมองเป็นรายรุ่นมากกว่ามองรวมทั้งตลาด

ถ้าดูเพื่อกะกรอบคร่าว ๆ รุ่นที่แบตน้อยสุดอย่าง Wuling Air EV กับรุ่นที่แบตมากสุดอย่าง Mercedes-Benz EQS SUV จะอยู่คนละปลายของตลาดพอสมควร ขณะที่ค่ากึ่งกลางของตลาดอยู่ที่ 71.8 kWh จึงช่วยให้เห็นว่ารถส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่สุดโต่งทั้งสองด้าน

ข้อมูลช่วงแบตกับระยะทางช่วยบอกได้ว่าต้นทุนต่อกิโลเมตรไม่น่าจะใช้ตัวเลขเดียวครอบทุกคัน เพราะระยะทางที่วิ่งได้และขนาดแบตไม่ได้เดินไปทางเดียวกันเสมอไป ถ้าจะประเมินให้ใกล้ความจริง ต้องเอาข้อมูลการใช้งานจริงของรถคันนั้นมาเทียบกับค่าไฟที่จ่ายจริงตอนชาร์จ

ภาพรวมช่วงแบตเตอรี่และระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้งจากข้อมูลที่มี
รายการค่าที่มีอยู่
ช่วงความจุแบตเตอรี่26.7 ถึง 118 kWh
ช่วงระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้ง268 ถึง 860 กม.
แบตเตอรี่น้อยที่สุดWuling Air EV 26.7 kWh
แบตเตอรี่มากที่สุดMercedes-Benz EQS SUV 118 kWh
ค่ากึ่งกลางของตลาด71.8 kWh
รุ่นที่มีข้อมูลความจุแบตเตอรี่104 จาก 106 รุ่น

ถ้าจะเทียบรถหลายรุ่น ควรดูจุดไหนก่อน

ถ้าจะเทียบรถหลายรุ่นแบบใช้งานจริง ให้เริ่มจากดูสามจุดนี้ก่อน คือรุ่นที่แบตน้อยที่สุด รุ่นที่แบตมากที่สุด และค่ากึ่งกลางของตลาด เพราะมันช่วยบอกช่วงที่รถในตลาดวิ่งอยู่จริง ไม่ใช่ดูแค่คันที่ตัวเลขสุดโต่งแล้วเอาไปเหมารวมทั้งตลาด

รุ่นแบตน้อยที่สุดที่มีข้อมูลคือ Wuling Air EV ที่ 26.7 kWh ส่วนรุ่นแบตมากที่สุดคือ Mercedes-Benz EQS SUV ที่ 118 kWh ขณะที่ค่ากึ่งกลางของตลาดอยู่ที่ 71.8 kWh ถ้ารถคันไหนอยู่ใกล้ค่ากึ่งกลาง ก็เอาไว้เป็นตัวตั้งต้นเทียบกับคันอื่นได้ง่ายกว่า

ข้อมูลที่มีตอนนี้ยังไม่มีพอจะบอกว่ารุ่นไหนคุ้มกว่ากันแบบฟันธง แต่พอใช้เป็นกรอบคัดรถได้ว่า คันที่แบตต่ำมาก คันที่แบตกลางตลาด และคันที่แบตสูงมาก ต่างกันตรงไหนก่อนจะไปคิดเรื่องค่าไฟจริง

กรอบเทียบรถจากข้อมูลแบตเตอรี่ที่มีอยู่
กลุ่มที่ดูรุ่นอ้างอิงความจุแบตเตอรี่
น้อยที่สุดWuling Air EV26.7 kWh
กึ่งกลางของตลาดค่ากึ่งกลางของตลาด71.8 kWh
มากที่สุดMercedes-Benz EQS SUV118 kWh

เรื่องค่าไฟและการชาร์จ ต้องเช็กที่ไหน

ถ้าจะเอาไปคิดเป็นบาทต่อกิโลเมตรจริง ต้องไปดูค่าไฟและบริการที่เกี่ยวกับการชาร์จจาก PEA ก่อน แล้วค่อยเอาข้อมูลนั้นมาคิดกับการใช้งานจริงของรถคันที่ใช้อยู่ เพราะตัวเลขที่เดาเอาเองมักเพี้ยนง่ายมาก โดยเฉพาะเวลาชาร์จคนละรูปแบบหรือคนละสถานที่

PEA มีข้อมูลและบริการที่เกี่ยวกับการจ่ายไฟ การชำระบิล และบริการด้านสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าให้ตรวจสอบได้ตรงแหล่ง ถ้าต้องการตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจจริง ควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดจาก PEA โดยตรง ไม่ควรหยิบตัวเลขจากความรู้สึกหรือจากรถคันอื่นมาแทน

  • เช็กค่าไฟที่ใช้จริงจาก PEA
  • ดูบริการที่เกี่ยวกับสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า
  • ตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนเอาไปคำนวณ

สรุปก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้ EV

สรุปง่าย ๆ คือ ต้นทุนรถไฟฟ้าต่อกิโลเมตรยังตอบเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ ถ้ายังไม่เอาข้อมูลการใช้งานจริงของรถคันนั้นมาคิดร่วมกับค่าไฟที่ตรวจสอบได้จากแหล่งที่เกี่ยวข้อง เพราะสิ่งที่ใช้คำนวณจริงคือพฤติกรรมการชาร์จของแต่ละคน ไม่ใช่แค่สเปกบนกระดาษหรือความรู้สึกว่ารถคันไหนประหยัดกว่า ถ้าจะเอาไปใช้ตัดสินใจซื้อหรือใช้ต่อ ให้เริ่มจากดูข้อมูลรถที่ใช้อยู่จริง แล้วค่อยเช็กเงื่อนไขค่าไฟและบริการชาร์จกับ PEA ก่อนคำนวณเป็นบาทต่อกิโลเมตร จะได้ไม่หลงกับตัวเลขที่เดาเอาเอง

คำถามที่พบบ่อย

รถไฟฟ้าคิดเป็นบาทต่อกิโลเมตรได้ไหม
คิดได้ แต่ต้องใช้ข้อมูลค่าไฟและพฤติกรรมการชาร์จของรถคันนั้นจริง ๆ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขกลางของตลาดอย่างเดียว
ดูแค่ความจุแบตเตอรี่แล้วรู้ต้นทุนต่อกิโลเมตรเลยไหม
ยังไม่ได้ เพราะความจุแบตเตอรี่บอกได้แค่ขนาดพลังงานที่เก็บได้ ไม่ได้บอกค่าใช้จ่ายต่อระยะทางโดยตรง
ระยะทางที่ผู้ผลิตแจ้งเอามาใช้คำนวณได้แค่ไหน
ใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบได้ แต่ถ้าจะคิดต้นทุนจริงต้องดูค่าไฟและเงื่อนไขการชาร์จร่วมด้วย
ถ้าจะเช็กข้อมูลค่าไฟสำหรับชาร์จ EV ควรดูที่ไหน
ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลของ PEA เพื่อดูรายละเอียดบริการและเงื่อนไขล่าสุด
ข้อมูลแบตเตอรี่ที่มีตอนนี้ครบพอไหม
ข้อมูลความจุแบตเตอรี่มีครบใน 104 จาก 106 รุ่น จึงพอใช้ดูภาพรวมตลาดได้ แต่ยังไม่พอสำหรับสรุปต้นทุนต่อกิโลเมตรแบบตายตัว

แหล่งข้อมูลและวิธีตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลในแคตตาล็อกที่ตรวจแล้ว และแหล่งอ้างอิงต่อไปนี้ ตัวเลขราคาและสเปกรถให้ยึดตามหน้ารุ่นซึ่งระบุที่มาของแต่ละค่าไว้

หลักการตรวจแหล่งข้อมูล