รถ EV ที่ชาร์จเร็วตั้งแต่ 100 kW มีเยอะกว่าที่คิด
ถ้าดูจากข้อมูลที่ยืนยันได้ กลุ่มรถ EV ที่รองรับชาร์จเร็ว DC ตั้งแต่ 100 kW ถือว่าไม่ได้มีแค่ไม่กี่รุ่น แต่มีอยู่ถึง 65 จาก 88 รุ่นที่มีข้อมูล DC ให้เช็กกันได้แล้ว ตัวเลขนี้บอกชัดว่าถ้าตั้งโจทย์เรื่องชาร์จเร็วไว้ตั้งแต่แรก ตัวเลือกในตลาดมีพอให้เลือก ไม่ได้แคบอย่างที่หลายคนคิด
มองภาพรวมแบบคนจะซื้อรถจริง ควรดูว่ารถคันนั้นรองรับ DC ระดับไหนเป็นหลัก มากกว่ามองแค่ว่าชาร์จได้หรือไม่ได้ เพราะคำว่าเร็วในชีวิตจริงหมายถึงเวลาหยุดพักระหว่างทางและความสบายตอนใช้งาน ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสเปกอย่างเดียว
อีกจุดที่ควรจำไว้คือ รถที่อยู่ในกลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคันจะชาร์จได้เท่ากันหมด บางรุ่นเด่นเรื่องกำลังชาร์จสูงมาก บางรุ่นเด่นเรื่องสมดุลของสเปกโดยรวม เพราะฉะนั้นเวลามองภาพรวม ให้ใช้ข้อมูล DC เป็นตัวกรองแรก แล้วค่อยไปดูรายละเอียดของรุ่นที่สนใจต่อ
รุ่นที่ยืนยันได้ว่ารองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW
ถ้าดูเฉพาะรุ่นที่ยืนยันได้ว่ารองรับ DC ตั้งแต่ 100 kW ตอนนี้มีตัวอย่างที่อ้างถึงได้อยู่หลายรุ่น และชุดข้อมูลที่ให้มายืนยันได้ว่ากลุ่มนี้มีทั้งรถที่เน้นความแรงและรถที่เน้นความคุ้มในภาพรวม ถ้าจะตอบแบบสั้นที่สุด รุ่นที่หยิบมาพูดได้จากข้อมูลนี้คือ XPENG X9, AVATR 07, ZEEKR 7X, BMW iX3, IM6, IM5, Lotus Emeya และ Lotus Eletre
ถ้าจะไล่ดูเป็นรายรุ่น ตารางด้านล่างคือรุ่นที่อ้างถึงได้จากข้อมูลที่ให้ พร้อมราคาเริ่มต้นและระยะทางเพื่อใช้เทียบเบื้องต้นก่อนคุยกับเซลส์ต่อ
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น | ระยะทาง |
|---|---|---|
| XPENG X9 | 2,599,000 บาท | 715 กม. |
| AVATR 07 | 1,659,000 บาท | 575 กม. |
| ZEEKR 7X | 1,399,000 บาท | 730 กม. |
| BMW iX3 | 3,459,000 บาท | 805 กม. |
| IM6 | 1,399,900 บาท | 750 กม. |
| IM5 | 1,549,900 บาท | 860 กม. |
| Lotus Emeya | 4,999,000 บาท | 580 กม. |
| Lotus Eletre | 5,399,000 บาท | 600 กม. |
ตัวเลขที่ควรดูเวลาเทียบรถไฟฟ้าชาร์จเร็ว
เวลาเทียบรถ EV ชาร์จเร็ว อย่าดูแค่ตัวเลขกำลังชาร์จอย่างเดียว เพราะมันบอกได้แค่ว่ารถคันนั้นรับไฟได้แรงแค่ไหน ส่วนที่ต้องดูคู่กันคือราคาเริ่มต้นกับระยะทางด้วย ถ้ารถชาร์จได้เร็วแต่ราคาแรงเกินงบ หรือระยะทางไม่ตรงกับการใช้งานจริง ก็อาจไม่ใช่คันที่คุ้มสำหรับการใช้งานทุกวัน
วิธีดูแบบคนจะซื้อจริงคือเอาสามเรื่องนี้มาเทียบพร้อมกัน กำลังชาร์จใช้ดูความเร็วในการเติมไฟ ราคาเริ่มต้นใช้ดูงบที่ต้องจ่ายตั้งแต่วันจอง และระยะทางใช้ดูว่าต้องชาร์จบ่อยแค่ไหน ถ้าอยากคัดรถให้แคบลง ให้เริ่มจากงบก่อน แล้วค่อยดูว่ารุ่นไหนชาร์จเร็วพอและระยะทางพอใช้กับเส้นทางของตัวเอง
- กำลังชาร์จ ใช้ดูความเร็วในการเติมไฟ
- ราคาเริ่มต้น ใช้ดูงบตั้งต้น
- ระยะทาง ใช้ดูความเหมาะกับการใช้งานจริง
| รุ่น | ราคาเริ่มต้น | ระยะทาง |
|---|---|---|
| XPENG X9 | 2,599,000 บาท | 715 กม. |
| AVATR 07 | 1,659,000 บาท | 575 กม. |
| ZEEKR 7X | 1,399,000 บาท | 730 กม. |
| BMW iX3 | 3,459,000 บาท | 805 กม. |
| IM6 | 1,399,900 บาท | 750 กม. |
ถ้าจะซื้อจริง ควรถามอะไรกับเซลส์หรือเช็กอะไรเพิ่ม
ก่อนจองรถจริง สิ่งที่ควรถามเซลส์ให้ชัดคือรถคันที่ดูอยู่รองรับชาร์จ DC ได้เท่าไรในสเปกทางการของรุ่นนั้น และเป็นค่าที่ตรงกับรถคันที่จะรับมอบหรือไม่ เพราะบางทีข้อมูลที่เห็นอาจเป็นข้อมูลรวมของรุ่นย่อย ไม่ใช่คันที่อยู่หน้าร้าน ถ้าอยากให้จบแบบไม่คาใจ ให้ขอเอกสารสเปกหรือให้เซลส์เปิดข้อมูลทางการของรุ่นนั้นต่อหน้าเลย จะได้เช็กได้ตรง ๆ ว่ารองรับชาร์จเร็วตามที่ต้องการจริง
อีกจุดที่ควรถามคือเงื่อนไขการชาร์จของรถคันนั้นในชีวิตจริง ใช้กับหัวชาร์จแบบไหนได้บ้าง และมีข้อจำกัดอะไรที่ทำให้ชาร์จได้ไม่เต็มตามตัวเลขในสเปกหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญมากกว่าตัวเลขสวย ๆ บนโบรชัวร์ เพราะถ้าใช้ไม่ตรงกับสถานีที่เราชาร์จประจำ ต่อให้รถรองรับดีแค่ไหนก็อาจไม่ตอบโจทย์
ถ้ายังลังเล ให้เช็กกับศูนย์หรือแหล่งข้อมูลทางการของรุ่นนั้นอีกครั้งก่อนวางเงินจอง วิธีนี้ตรงที่สุดสำหรับคนที่ต้องการความแน่ใจว่าได้รถที่รองรับชาร์จเร็วตามที่ตั้งใจไว้จริง
- ขอสเปกทางการของรุ่นย่อยที่รับรถ
- ถามให้ชัดว่ารองรับชาร์จ DC ได้เท่าไร
- เช็กชนิดหัวชาร์จและข้อจำกัดการใช้งาน
- ยืนยันกับศูนย์หรือแหล่งข้อมูลทางการก่อนจอง
