การชาร์จ

ชาร์จที่สถานีแพงกว่าชาร์จบ้านแค่ไหน

สรุปให้ตรง ๆ ว่าค่าชาร์จที่สถานีชาร์จต่างจากชาร์จบ้านอย่างไร เปรียบเทียบแบบไม่เดาตัวเลข และบอกจุดที่ควรเช็กจากผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจ

การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน
ภาพ EV Guide Thailand

คำตอบสั้น

ชาร์จที่สถานีแพงกว่าชาร์จบ้านแค่ไหน

ถ้าถามแบบตรง ๆ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขที่ยืนยันได้จากแหล่งที่ให้มา จึงยังบอกไม่ได้ว่าชาร์จที่สถานีแพงกว่าชาร์จบ้านแค่ไหนแบบเป็นจำนวนเงินหรือสัดส่วนเท่าไร สิ่งที่พูดได้คือชาร์จบ้านกับชาร์จที่สถานีมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายต่างกัน ชาร์จบ้านมักผูกกับค่าไฟและการติดตั้งที่บ้าน ส่วนสถานีชาร์จจะขึ้นกับผู้ให้บริการและเงื่อนไขการใช้งานของแต่ละที่ ถ้าต้องการตัวเลขจริง ให้ตรวจจากหน้าอัตราค่าบริการหรือแอปของผู้ให้บริการสถานีโดยตรง และถ้าจะเทียบกับการใช้ไฟที่บ้าน ให้ดูข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประกอบด้วย

ชาร์จบ้านกับชาร์จที่สถานีต่างกันตรงไหน

ชาร์จบ้านกับชาร์จที่สถานีต่างกันที่จุดเริ่มของค่าใช้จ่ายและวิธีคิดเงิน ชาร์จบ้านมักคิดตามค่าไฟที่ใช้จริงร่วมกับต้นทุนการติดตั้งอุปกรณ์ที่บ้าน ส่วนชาร์จที่สถานีจะคิดตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละเจ้าและแต่ละจุดที่ใช้งาน

ถ้ามองแบบคนใช้รถจริง ชาร์จบ้านคือความสะดวกที่ชาร์จได้ตามจังหวะชีวิตของตัวเอง แต่ต้องยอมรับว่ามีเรื่องระบบไฟบ้านและอุปกรณ์ติดตั้งเข้ามาเกี่ยวข้อง ชาร์จที่สถานีคือจ่ายตามบริการหน้างาน ได้ความง่ายเรื่องไม่ต้องเตรียมระบบเอง แต่ค่าชาร์จอาจต่างกันตามสถานที่และรูปแบบการให้บริการ

สรุปสั้น ๆ คือสองแบบนี้ไม่ได้แพงหรือถูกจากตัวรถอย่างเดียว แต่ขึ้นกับว่าเอาค่าไฟบ้านกับต้นทุนติดตั้งมาเทียบกับค่าบริการของสถานีแบบไหน ถ้าจะตอบให้ชัดว่าต่างกันแค่ไหน ต้องดูอัตราค่าบริการจริงของแต่ละที่ก่อนเสมอ

เส้นทางการชาร์จแบบไฟ AC และไฟ DC ไฟ AC เครื่องชาร์จ ที่บ้าน ตัวแปลงไฟในรถ คอขวดอยู่ตรงนี้ แบตเตอรี่ ช้ากว่า ไฟ DC สถานีชาร์จ ไฟตรง ข้ามตัวแปลงไฟ แบตเตอรี่ เร็วกว่า
เส้นทางไฟฟ้าของการชาร์จบ้านและการชาร์จที่สถานีช่วยให้เห็นว่าต้นทุนและการคิดค่าบริการไม่ได้มาจากจุดเดียวกัน

อะไรเป็นตัวกำหนดค่าชาร์จที่สถานี

ค่าชาร์จที่สถานีไม่เท่ากันเพราะแต่ละผู้ให้บริการตั้งราคาจากต้นทุนและรูปแบบบริการของตัวเอง บางจุดคิดตามช่วงเวลาที่ใช้งาน บางจุดคิดตามประเภทหัวชาร์จหรือความเร็วในการชาร์จ และบางจุดก็มีเงื่อนไขสมาชิกหรือการใช้งานผ่านแอปเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าเจอราคาต่างกันระหว่างสถานีสองที่ ไม่ได้แปลว่าที่หนึ่งเอาเปรียบเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะโครงสร้างบริการไม่เหมือนกัน

ทำเลของสถานีก็มีผลเหมือนกัน เพราะสถานีที่อยู่ในพื้นที่คนใช้เยอะหรือเข้าถึงง่ายมักมีต้นทุนการเดินระบบต่างจากจุดที่คนใช้น้อย อีกเรื่องคือค่าบริการเสริม เช่น ค่าจอด ค่าบริการช่วงเวลาที่จอง หรือเงื่อนไขการชาร์จเกินเวลาที่กำหนด ถ้าจะเทียบให้แฟร์ ต้องดูว่าราคาที่เห็นรวมอะไรไว้แล้วบ้าง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขหน้าแอปอย่างเดียว

คำตอบสั้น ๆ คือค่าชาร์จที่สถานีขึ้นกับผู้ให้บริการ ประเภทหัวชาร์จ ทำเล เวลาใช้งาน และเงื่อนไขเสริมของแต่ละจุด ถ้าอยากรู้ว่าทำไมจุดหนึ่งแพงกว่าอีกจุด ต้องเปิดดูหน้าอัตราค่าบริการของสถานีนั้นโดยตรง เพราะรายละเอียดพวกนี้เปลี่ยนได้ตามผู้ให้บริการ

  • ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าใช้โครงสร้างราคาต่างกัน
  • ประเภทหัวชาร์จและความเร็วในการชาร์จมีผล
  • ทำเลของสถานีทำให้ต้นทุนไม่เท่ากัน
  • ช่วงเวลาที่ใช้งานอาจทำให้ราคาเปลี่ยน
  • ค่าจอดหรือค่าชาร์จเกินเวลาอาจถูกคิดเพิ่ม
หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสามแบบที่ใช้ในไทย Type 2 ไฟ AC ชาร์จที่บ้าน CCS2 ไฟ DC ชาร์จเร็วตามสถานี CHAdeMO ไฟ DC พบน้อยลงในรุ่นใหม่ รูปทรงเป็นภาพประกอบเพื่อให้จำหน้าตาได้ ไม่ใช่แบบวิศวกรรม
ชนิดหัวชาร์จและรูปแบบการใช้งานที่ต่างกันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ค่าบริการสถานีไม่เท่ากัน

ถ้าอยากรู้ว่าคุ้มกว่ากัน ต้องเช็กอะไรบ้าง

ถ้าอยากรู้ว่าชาร์จแบบไหนคุ้มกว่า ต้องดูจากบิลจริงและพฤติกรรมใช้งานของตัวเองก่อน อย่าเพิ่งเทียบแค่หน้าราคาที่เห็น เพราะค่าใช้จ่ายจริงยังมีเรื่องเวลาที่ชาร์จ ความถี่ที่ต้องชาร์จนอกบ้าน และต้นทุนอุปกรณ์ที่บ้านเข้ามาเกี่ยวด้วย

สิ่งที่ควรเช็กคือค่าไฟที่บ้านจากใบแจ้งหนี้หรือข้อมูลจากผู้ให้บริการไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จที่บ้าน เงื่อนไขบริการของสถานีที่ใช้ประจำ และวิธีคิดค่าบริการของแต่ละจุด ถ้าใช้รถไม่เหมือนกันในแต่ละวัน ก็ควรดูว่าชาร์จที่บ้านพอหรือมีวันที่ต้องพึ่งสถานีจริง ๆ

สรุปง่าย ๆ คือให้เทียบจากข้อมูลที่ยืนยันได้ของตัวเอง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าที่ไหนน่าจะถูกกว่า ถ้าจะเอาให้ชัด ให้จดรายการชาร์จที่ใช้จริงแล้วเอาไปดูอัตราค่าบริการจากผู้ให้บริการสถานีและข้อมูลค่าไฟจากแหล่งทางการประกอบกัน

  • ใบแจ้งหนี้หรือข้อมูลค่าไฟของบ้าน
  • ค่าใช้จ่ายติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จที่บ้าน
  • อัตราค่าบริการและเงื่อนไขของสถานีที่ใช้จริง
  • ความถี่ที่ต้องชาร์จนอกบ้าน
  • ข้อมูลจากแหล่งทางการเพื่อใช้เทียบกัน

ข้อมูลจาก PEA และ EA Anywhere ช่วยดูเรื่องนี้ยังไง

ถ้าจะดูเรื่องนี้แบบไม่เดา ให้เริ่มจากสองแหล่งที่ใช้คนละมุมกัน PEA ใช้ดูฝั่งระบบไฟและบริการที่เกี่ยวกับการใช้ไฟในบ้าน ส่วน EA Anywhere ใช้ดูฝั่งสถานีชาร์จที่เปิดให้ใช้งานจริงในแอปและหน้าบริการของผู้ให้บริการ

จาก PEA ควรไปดูข้อมูลบริการที่เกี่ยวกับสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงข้อมูลที่ช่วยให้เข้าใจการใช้ไฟฟ้าในบ้านและการขอใช้ไฟฟ้า เพราะตรงนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าชาร์จบ้านมีต้นทุนและขั้นตอนอะไรบ้าง ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องค่าไฟหรือการติดตั้ง ควรตรวจจากหน้าและช่องทางทางการของ PEA โดยตรง

จาก EA Anywhere ควรไปดูในแอปและหน้าข้อมูลสถานี เพื่อเช็กเงื่อนไขการใช้งาน สถานะสถานี และวิธีคิดค่าบริการของจุดที่ใช้จริง เพราะแต่ละสถานีอาจไม่เหมือนกัน ถ้าอยากเทียบให้แฟร์ ต้องดูข้อมูลล่าสุดของสถานีที่ใช้ประจำ ไม่ใช่ดูจากความรู้สึกหรือคำบอกต่อ

  • ถ้าต้องการเทียบกับชาร์จบ้าน ให้ใช้ข้อมูลจาก PEA ประกอบกับบิลค่าไฟจริงของบ้าน
  • ถ้าต้องการเทียบกับชาร์จนอกบ้าน ให้ดูข้อมูลในแอป EA Anywhere ของสถานีที่ใช้จริง
แหล่งที่ควรเช็กและสิ่งที่ต้องดู
แหล่งควรดูอะไร
PEAข้อมูลบริการที่เกี่ยวกับสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในบ้าน และช่องทางทางการสำหรับตรวจสอบค่าไฟหรือการขอใช้ไฟ
EA Anywhereข้อมูลสถานีในแอป สถานะการใช้งาน และเงื่อนไขค่าบริการของแต่ละจุด

สรุปแบบคนใช้รถจริงควรคิดยังไงก่อนเลือกชาร์จ

ถ้าถามแบบคนใช้รถจริง คำตอบมันไม่ได้อยู่ที่ชาร์จที่ไหนถูกสุดอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าใช้รถแบบไหนและชาร์จบ่อยแค่ไหน ถ้าชาร์จที่บ้านได้เป็นหลัก ก็จะได้ความสบายและคุมจังหวะชีวิตง่ายกว่า แต่ถ้าต้องออกนอกบ้านบ่อยหรือบ้านชาร์จไม่ได้ สถานีก็เป็นตัวเลือกที่ต้องยอมรับตามสถานการณ์

วิธีคิดที่ใช้ได้จริงคือดูความพร้อมของตัวเองก่อน แล้วค่อยดูเงื่อนไขของแต่ละจุดชาร์จ อย่าเทียบแค่หน้าราคาเพราะบางทีความสะดวก เวลาเดินทาง และความแน่นอนของการใช้งานมีค่าพอ ๆ กับเงินที่จ่าย ถ้าจะเอาให้ชัวร์ ให้เปิดข้อมูลจากผู้ให้บริการที่ใช้จริง และเช็กข้อมูลจากแหล่งที่เกี่ยวกับไฟบ้านประกอบ

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าชาร์จบ้านได้สม่ำเสมอ มักเหมาะกับคนที่อยากคุมค่าใช้จ่ายและไม่อยากเสียเวลาออกไปชาร์จนอกบ้าน แต่ถ้าต้องพึ่งสถานีเป็นหลัก ให้เลือกจากความชัดเจนของค่าบริการ ความสะดวก และความพร้อมของจุดชาร์จ มากกว่าดูแค่คำว่าถูกหรือแพง

  • ถ้าชาร์จที่บ้านได้ ให้เริ่มจากตรงนั้นก่อน
  • ถ้าต้องชาร์จนอกบ้านบ่อย ให้ดูความชัดเจนของเงื่อนไขแต่ละสถานี
  • ถ้าจะเทียบความคุ้ม ให้ดูทั้งค่าไฟบ้านและข้อมูลจากผู้ให้บริการสถานี

คำถามที่พบบ่อย

ชาร์จที่สถานีแพงกว่าชาร์จบ้านเสมอไหม
ยังสรุปแบบเหมารวมไม่ได้ เพราะค่าชาร์จขึ้นกับผู้ให้บริการและเงื่อนไขของสถานี ส่วนชาร์จบ้านก็ขึ้นกับค่าไฟและค่าใช้จ่ายที่บ้านของแต่ละคน
ถ้าอยากรู้ราคาจริงต้องดูที่ไหน
ให้ดูหน้าอัตราค่าบริการหรือแอปของผู้ให้บริการสถานีโดยตรง และถ้าจะเทียบกับการใช้ไฟที่บ้านให้ตรวจข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ชาร์จบ้านมีค่าใช้จ่ายอะไรที่ต้องคิดบ้าง
โดยหลักต้องคิดค่าไฟที่ใช้จริงและค่าใช้จ่ายเรื่องการติดตั้งหรืออุปกรณ์ที่บ้าน ถ้าต้องการตัวเลขต้องเช็กกับผู้ให้บริการหรือช่างติดตั้งที่เกี่ยวข้อง
ชาร์จที่สถานีมีค่าบริการแบบไหนบ้าง
โดยหลักอาจมีค่าชาร์จตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการและสถานที่ใช้งาน แต่ในข้อมูลที่ให้มายังไม่มีอัตราที่ตรวจยืนยันได้
EA Anywhere ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
EA Anywhere มีข้อมูลสถานีและแอปสำหรับค้นหา นำทาง และดูสถานะการชาร์จ จึงใช้ตรวจรายละเอียดสถานีและเงื่อนไขก่อนชาร์จได้
PEA เกี่ยวอะไรกับเรื่องชาร์จรถไฟฟ้า
PEA มีบริการด้านสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า และยังเป็นแหล่งอ้างอิงเรื่องการใช้ไฟฟ้าที่บ้านได้ ถ้าจะเทียบค่าใช้จ่ายควรดูข้อมูลจาก PEA ประกอบ

แหล่งข้อมูลและวิธีตรวจ

บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลในแคตตาล็อกที่ตรวจแล้ว และแหล่งอ้างอิงต่อไปนี้ ตัวเลขราคาและสเปกรถให้ยึดตามหน้ารุ่นซึ่งระบุที่มาของแต่ละค่าไว้

หลักการตรวจแหล่งข้อมูล